Matsumoto Tonkatsu Academy
คอร์สพิเศษ · Art of Meat Craft & Wagyu · 2 วัน

Art of Meat Craft
& Wagyu

ศาสตร์แห่งเนื้อ เรียนเนื้อ 7 ส่วนใน 9 จาน ด้วยสต๊อกแม่หม้อเดียวที่แตกออกเป็นซอสได้ทั้งห้าตัวครับ
เอกสารประกอบการเรียน · สำหรับผู้เรียนเท่านั้น ห้ามเผยแพร่ต่อ
1

ภาพรวมคอร์ส · เนื้อ 8 ส่วน 9 จาน

Art of Meat Craft

คอร์สนี้ไม่ได้สอนแค่ย่างเนื้อให้อร่อยครับ แต่สอนตั้งแต่แล่เนื้อก้อนใหญ่ แยกส่วนที่ขายได้แพงออกจากเศษ แล้วใช้ทุกส่วนให้กลายเป็นอาหารได้จริง

เนื้อ 8 ส่วนกับจานที่ใช้

ส่วนใช้ในจาน
วากิว ใบพาย Oyster Bladeโซเม็ง · เนื้อกุหลาบ · สเต๊กปิดคอร์ส · เศษไปทำแซนวิช
ซี่โครงเนื้อ Short Ribช็อตริบซูวี
Clod สะบักJungle Tataki
Zabutonข้าวผัดมันเนื้อ · เศษไปทำแซนวิช
Brisket ท้องลายสุกี้ยากี้ย่าง
แก้มวัว Beef Cheekบูร์กิญง
Horumon ไขมันไส้อ่อนเจียวเป็นน้ำมันผัดข้าวและทอดกระเทียมเจียว
กระดูกเนื้อสต๊อกแม่ ซึ่งแตกเป็นซอสทั้งห้าตัว

ซอสแม่ 1 ตัว แตกเป็นลูก 5

หัวใจของคอร์ส
สต๊อกเนื้อ แตกออกเป็น ซอสเนื้อ Beef Jus สำหรับสเต๊ก · ซอสกาแฟ สำหรับช็อตริบ · ซอสโซเมง สำหรับโซเม็งเนื้อราดซุปร้อน · ทาเระวาริชิตะ สำหรับสุกี้ยากี้ย่าง · ซอสทรัฟเฟิล สำหรับเนื้อกุหลาบ
เคล็ดที่เอาไปใช้ได้ทุกเมนู
"ทำแม่ให้ดีตัวเดียว แล้วต่อยอดออกไปได้อีกห้าทาง"
ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนจาน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 1
2

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

Art of Meat Craft

สองวันนี้ใช้ของเยอะครับ เช็คหน้านี้ก่อนวันเรียน จะได้ไม่ต้องวิ่งหาของกลางคลาส

ผู้เรียนพกมาเอง

มีดแล่ส่วนตัว ลับคมมาแล้ว1 เล่ม
เทอร์โมมิเตอร์แบบเสียบ อ่านเร็ว1 อัน
ผ้ากันเปื้อน · ผ้าเช็ดมือชุดละ 1
กล่องหรือถุงใส่ของกลับบ้านเตรียมมาเผื่อ
ขวดสต๊อกกลับบ้านทางร้านเตรียมให้ ขนาด 500 มล. คนละ 1 ขวด

ทางร้านเตรียม

อุปกรณ์ใช้กับ
เครื่องซูวีพร้อมอ่างใช้ 5 อุณหภูมิ ทำต่างเวลากัน · แก้มวัว 80°C · ช็อตริบ 80°C · Brisket 75°C · ใบพาย 54°C · Clod 50°C
เครื่องซีลสุญญากาศ + ถุงทุกจานที่ซูวี
หม้อสต๊อกก้นหนาทรงสูง คนละใบ + เตาอบสต๊อกคนละหม้อ เตาอบ 150°C
พิมพ์สี่เหลี่ยม + แผ่นกดพอดีขอบใน + น้ำหนัก 1 กก.กดพิมพ์แก้มวัว
โบทอชพ่นไฟเนื้อกุหลาบ · สุกี้ยากี้ย่าง สองจานนี้ใช้โบทอชแทนกระทะ
พิมพ์วงกลมขึ้นรูปJungle Tataki
กระทะเหล็กหรือเหล็กหล่อ คนละใบข้าวผัด · เซียร์ · ย่างเครื่องเคียง
เครื่องชั่งละเอียด 0.1 ก.เครื่องเทศ ผงเห็ด rub
กระชอนตาถี่ · ผ้าขาวบาง · กระดาษกรองกาแฟกรองสต๊อก ซอสลูก และ Coffee Extract
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 2
3

สต๊อกเนื้อ · ซอสแม่ของทั้งคอร์ส

Art of Meat Craft

ตำราคลาสสิกบอกให้ต้มกระดูกเยอะ ๆ แต่จริงๆแล้วรสมาจากเนื้อที่ตุ๋นลงไปด้วย ส่วนกระดูกให้แค่เจลาตินกับบอดี้ครับ

วัตถุดิบ

ต่อ 1 คน 1 หม้อ
น้ำเย็น400 มล.
เนื้อวัวบด ส่วนถูก240 ก.
กระดูกวัวสับ 5 ซม. (ข้อ 180 ก. · ไข 120 ก.)300 ก.
ไขวัวหรือน้ำมันพืช20 ก.
ไวน์แดง80 มล.
หอมใหญ่ · แครอท หั่นเต๋าอย่างละ 60 ก.
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง12 ก.
มะเขือเทศเข้มข้น30 ก.
กระเทียมทุบ · ไธม์8 ก. · 4 ก.
โป๊ยกั๊ก3 กลีบ
เกลือไม่ใส่เลย
น้ำเริ่มต้นลดลงจากเดิม สต๊อกจึงเข้มข้นขึ้น กรองแล้วชิมความเข้มข้นก่อนแบ่งใส่ขวดกลับบ้าน · หม้อต้องทรงสูงแคบ ความจุ 2 ลิตร ห้ามใช้หม้อเตี้ยปากกว้างเพราะผิวน้ำกว้างจะระเหยเร็วเกินไป
🧪 ทำไมต้องห้ามใส่เกลือสต๊อกนี้จะถูกเคี่ยวลดต่ออีกหลายรอบในซอสลูกแต่ละตัว เกลือที่ใส่ตอนนี้จะเข้มขึ้น 3 ถึง 4 เท่าตอนปลายทางจนคุมไม่ได้ เกลือเป็นหน้าที่ของซอสลูก ไม่ใช่ของแม่
ซอสแม่ต้องเป็นกลาง ซอสลูกค่อยมีบุคลิก อูมามิของสต๊อกมีสองขาโดยตั้งใจคืออิโนซิเนตจากเนื้อและกลูตาเมตจากมะเขือเทศ จงใจเว้นกัวไนเลตไว้ให้ซอสลูกเติมเอง ถ้าแม่มีกลิ่นเฉพาะตัวแรงเกิน ลูกทั้งห้าจะกลิ่นเหมือนกันหมดจนแยกจานไม่ออก
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 3
4

สต๊อกเนื้อ · วิธีทำ

Art of Meat Craft

คลาสนี้ต้มในเตาอบไม่ใช่บนเตาครับ เพราะแยกหม้อคนละใบแล้วเจอปัญหาสามอย่างพร้อมกัน

วิธีทำ

1
อบกระดูก 220°C 45 นาที เกลี่ยชั้นเดียวอย่าซ้อน จนน้ำตาลเข้มทุกด้าน
2
ผัดเนื้อบดในไขวัว แบ่งผัดเป็นรอบเล็ก อย่าให้เนื้อล้นกระทะ จนน้ำตาลเข้มทุกชิ้น ห้ามมีรอบไหนแค่สุกเทา
3
ผัดหอมใหญ่ แครอท ขึ้นฉ่าย กระเทียมจนขอบเข้ม
4
ใส่มะเขือเทศเข้มข้น ผัดจนเปลี่ยนจากแดงสดเป็นแดงอิฐ เทคนิคนี้เรียก pincer ใช้ตัวเดียวกับซอสบูร์กิญง
5
เทไวน์แดงละลายคราบก้นหม้อ เคี่ยว 2 นาที · ใส่กระดูกอบกับเนื้อบด แล้วเติมน้ำเย็น
6
ค่อย ๆ ขึ้นไฟจนเริ่มมีฟอง อย่าเร่ง แล้วช้อนฟองสีเทาออกให้หมดใน 20 นาทีแรก ขั้นนี้ตัดสินว่าสต๊อกจะใสหรือขุ่น
7
ใส่ไธม์กับโป๊ยกั๊ก ปิดฝาสนิท เข้าเตาอบ 150°C นาน 5 ชั่วโมง ไม่ต้องเฝ้า ไม่ต้องเปิดฝา
8
กรองผ่านตะแกรงละเอียด อย่าบี้กาก ปล่อยให้หยดเอง · ช้อนไขมันเก็บไว้ผัดเครื่องเคียง
🧪 ทำไมต้องเตาอบไม่ใช่บนเตาหม้อเล็กคนละใบเจอปัญหาสามอย่างพร้อมกัน คือ ระเหยเร็วกว่าหม้อใหญ่มาก เพราะพื้นที่ผิวต่อปริมาตรสูงกว่า · ไฟอ่อนสุดของเตาบ้านยังแรงเกินจนเดือดพล่านทำให้ขุ่น · และต้องยึดหัวเตาไว้ตลอด 5 ชั่วโมง ซึ่งชนกับจานอื่น · ที่อุณหภูมิเตา 150°C ของเหลวในหม้อจะนิ่งอยู่ราว 95°C ซึ่งคือจุดที่ต้องการพอดี และทุกหม้อได้เงื่อนไขเหมือนกันเป๊ะ ทำให้เทียบผลตอนกรองได้ยุติธรรม
อาการสาเหตุวิธีแก้
สต๊อกขุ่นเป็นสีเทาไม่ได้ช้อนฟอง หรือเดือดพล่านบนเตาช้อนฟองให้หมดใน 20 นาทีแรกก่อนเข้าเตาอบ
ใสแต่จืดผัดเนื้อบดไม่เข้มพอผัดเป็นรอบเล็ก ทุกชิ้นต้องน้ำตาลเข้ม
บอดี้บาง ไม่เคลือบช้อนกระดูกข้อน้อยหรือท่อนใหญ่เกินกระดูกข้อ 60% · สับไม่เกิน 5 ซม.
ขมเฝื่อนกระดูกอบไหม้ หรือบี้กากตอนกรองอบแค่น้ำตาลเข้ม · กรองแบบปล่อยหยด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 4
5

บูร์กิญง · ทำไมเราถึงทำต่างจากตำรา

Art of Meat Craft

บูร์กิญงที่คนทั่วไปทำคือโยนเนื้อลงจมไวน์แล้วเคี่ยวยาว ผมอยากให้เราทำอีกแบบครับ คือแยกเนื้อออกจากไวน์ตั้งแต่ต้น แล้วค่อยเอามารวมกันตอนท้าย เหตุผลอยู่ในหน้านี้ทั้งหมด

บูร์กิญงคลาสสิก เทียบกับ วิธีของคลาสนี้
คลาสสิก · เคี่ยวรวมหม้อเดียว
เนื้อจมไวน์ เคี่ยวไฟอ่อน 3 ถึง 4 ชั่วโมง
ไวน์โดนความร้อนนานจนแทนนินกร้าน กลิ่นผลไม้หายไปเกือบหมด
เนื้อสัมผัสคุมยาก เพราะขึ้นกับไฟและหม้อ
คลาสนี้ · แยกส่วน
เนื้อซูวี 80 องศา 12 ชั่วโมง คุมได้แม่นยำทุกครั้ง
ไวน์เคี่ยวแยกในหม้อของตัวเอง แบ่งใส่สองจังหวะ
น้ำเจลาตินในถุงเก็บไว้ได้ทั้งหมด ไม่หายไปกับหม้อ
ทั้งสองวิธีถูกต้องทั้งคู่ครับ เราเลือกแบบหลังเพราะควบคุมได้และสอนง่ายกว่า
ทำไมไวน์ที่เคี่ยวแยกต้องเป็นไวน์แทนนินต่ำแทนนินจับกับโปรตีนแล้วตกตะกอน เป็นเหตุผลเดียวกับที่การจิบไวน์แทนนินจัดแล้วกลั้วปาก โปรตีนในน้ำลายจะดึงแทนนินให้ตกลงก้นแก้วได้จริง เวลาเคี่ยวรวมกับเนื้อ เจลาตินและโปรตีนจากเนื้อจะคอยจับแทนนินไว้ตลอด ไวน์แทนนินสูงจึงพอทนได้ แต่พอเราเคี่ยวไวน์แยกในหม้อที่ไม่มีโปรตีนเลย แทนนินจะเข้มขึ้นตามการลดปริมาตร โดยไม่มีอะไรมาถ่วง เคี่ยวเหลือหนึ่งในสี่ก็เท่ากับแทนนินเข้มขึ้นราวสี่เท่า นี่คือเหตุผลที่เราเลือก Pinot Noir ไม่ใช่ Cabernet Sauvignon
ทำไมจานนี้ต้องทำวันที่ 1 แล้วเสิร์ฟวันที่ 2ซอสและเนื้อเบรซที่แช่เย็นพักไว้แล้วอุ่นเสิร์ฟใหม่ มักมีรสซับซ้อนกว่าตอนเพิ่งทำเสร็จ เพราะเกิดออกซิเดชันช้าๆ ซึ่งในระดับน้อยให้รสที่ลึกและน่าพอใจ กลไกคล้ายกับที่ทำให้ชีสบ่มและเนื้อบ่มมีรสเข้ม และไธม์ในสูตรไม่ได้ใส่เพื่อความหอมอย่างเดียว มันมีสารต้านอนุมูลอิสระที่คอยคุมไม่ให้ออกซิไดซ์เกินพอดีด้วย การข้ามคืนของเราจึงไม่ใช่แค่เรื่องบริหารเวลา แต่ทำให้อร่อยกว่าจริง
120 ก.เนื้อดิบต่อคนเลาะเอ็นและเยื่อทิ้งราว 25 เปอร์เซ็นต์ก่อนใช้ครับ
จานนี้เป็นจานที่ เริ่มวันหนึ่งแล้วจบอีกวันหนึ่ง เหมือนช็อตริบกับสุกี้ยากี้ที่ลงอ่างซูวีข้ามคืนด้วย ให้ผู้เรียนเห็นว่าเวลาทำงานกับอาหารอย่างไรครับ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 5
6

บูร์กิญง · วัตถุดิบและอุปกรณ์

Art of Meat Craft

หน้านี้เก็บเฉพาะของที่ต้องเตรียมสำหรับบูร์กิญงโดยตรงครับ

วัตถุดิบทั้งหมด สำหรับ 1 ที่

ชั่งเป็นกรัมทุกตัว
เนื้อ · แก้มวัวทั้งชิ้น ก่อนเลาะ160 ก.
เกลือ สำหรับหมักเนื้อ1.2 ก.
พริกไทยดำบดหยาบปลายมีด
น้ำมันสำหรับเซียร์4 ก.
ซอส · ไวน์แดง Pinot Noir150 มล.
หอมใหญ่ หั่นเต๋า30 ก.
แครอท หั่นเต๋า20 ก.
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง หั่นเต๋า12 ก.
กระเทียม ทุบ4 ก.
มะเขือเทศเข้มข้น8 ก.
เห็ดหอมแห้ง3 ก.
น้ำสต๊อกเนื้อ100 มล.
ไธม์สด · ใบกระวาน · พริกไทยเม็ด1 กิ่ง · 1 ใบ · 5 เม็ด
น้ำส้มไวน์แดง สำหรับเติมท้าย2 มล.
เครื่องเคียง · เบคอนหั่นแท่ง30 ก.
หอมหัวเล็ก ปอกแล้ว40 ก.
เห็ดสด ผ่าครึ่ง40 ก.
เนยจืด · น้ำตาลทราย8 ก. · 1.6 ก.
อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้: เครื่องซูวีที่คุมได้ถึง 80 องศา · เครื่องซีลสุญญากาศ · พิมพ์สี่เหลี่ยมกับของหนักสำหรับกดทับ · เทอร์โมมิเตอร์แบบโพรบ · ตะแกรงกรองละเอียด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 6
7

แก้มวัว · ซูวีข้ามคืนแล้วกดพิมพ์

Art of Meat Craft

แก้มวัวเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักที่สุดชิ้นหนึ่งของวัว มันเลยมีคอลลาเจนมหาศาลครับ ซึ่งเป็นข้อดี เพราะพอคอลลาเจนละลายเป็นเจลาตินแล้ว มันจะให้ความฉ่ำที่เนื้อส่วนนุ่มให้ไม่ได้เลย

ขั้นที่ 1 · เตรียมเนื้อ

วันที่ 1 · 15:00
1
เลาะพังผืด (Silver Skin) และเอ็นขาวออกให้หมด อย่าเสียดาย ส่วนนี้ไม่ละลายแม้ปรุงนาน
2
ตัดแบ่งเป็นชิ้นน้ำหนัก 120 กรัม ต่อชิ้น
3
โรยเกลือ 1 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเนื้อ กับพริกไทย พักในตู้เย็น 1 ชั่วโมง

ขั้นที่ 2 · เซียร์แล้วซีลถุง

วันที่ 1 · 17:00
1
ซับผิวเนื้อให้แห้งสนิท เซียร์ในกระทะร้อนจัดจนผิวเข้มทุกด้าน
2
พักให้เย็นสนิทก่อนซีลถุงเสมอ ถ้าซีลตอนร้อน ไอน้ำจะทำให้ซีลไม่ติดและถุงลอย
3
ซีลสุญญากาศทีละชิ้น ห้ามใส่ไวน์ลงในถุง เพราะแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนวิธีที่โปรตีนเนื้อสุก แล้วผิวเนื้อจะกลายเป็นสีเทาซีดโดยไม่จำเป็น ไวน์อยู่ในหม้อซอสของมันเองแล้วครับ

ขั้นที่ 3 · ซูวี 80 องศา 12 ชั่วโมง

สูตรตำรา ✓
ค่าอ้างอิงจากตาราง Best Bets ของ Modernist Cuisine เล่ม 6 สำหรับแก้มวัวมีให้เลือกสี่ระดับ ที่เราใช้คือระดับที่นุ่มที่สุด
แน่นแบบสเต๊ก58 องศา · 72 ชม.
นุ่มแต่ยังมีตัว62 องศา · 72 ชม.
นุ่มแยกเสี้ยน68 องศา · 36 ชม.
ยุ่ยมาก · ที่เราใช้80 องศา · 12 ชม.
ทางเลือกหม้ออัดความดัน1 บาร์ · 60 นาที
เราเลือก 80 องศา เพราะเป็นค่าเดียวที่ลงตัวกับตารางเรียนสองวันได้จริง โดยไม่ต้องเริ่มก่อนวันเรียน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 7
8

แก้มวัว · ซูวีข้ามคืนแล้วกดพิมพ์ · ต่อ

Art of Meat Craft

ขั้นที่ 4 · กดพิมพ์ · ขั้นตอนที่เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง

วันที่ 2 · 06:30
ที่ 80 องศาเนื้อจะยุ่ยจนตักขึ้นมาแล้วแตกเป็นเส้นๆ ซึ่งจัดจานยาก เราแก้ด้วยการขึ้นรูปตอนยังอุ่น ทำทั้ง 7 ขั้นให้ครบจะได้บล็อกที่ขอบคมและหน้าตัดเนียน
1
เปิดถุง เทน้ำในถุงเก็บไว้ทั้งหมด · กันไว้ 3 ช้อนโต๊ะเคี่ยวจนข้นเป็นเงา เรียกว่าน้ำเคลือบ ที่เหลือกรองไปทำซอส
2
ฉีกเนื้อตามเสี้ยนเป็นแผ่นหนา 1 ซม. แล้วเขี่ยไขมันก้อนใหญ่ทิ้ง ส่วนที่แทรกเป็นเส้นบางไม่ต้องยุ่ง
3
รองพิมพ์ด้วยแรปให้ล้นขอบทุกด้าน เจาะรูที่ก้น 3 ถึง 4 รู
4
เรียงเป็นชั้นขณะยังอุ่น หันเสี้ยนไปทางเดียวกันทุกชั้น · ทาน้ำเคลือบบาง ๆ ระหว่างชั้น · กดไล่อากาศทุกครั้งที่เพิ่มชั้น
5
พับแรปปิด วางแผ่นแข็งที่ตัดพอดีขอบในของพิมพ์ทับเต็มหน้า แล้วทับด้วยน้ำหนัก 1 กก. วางบนถาดเอียงให้น้ำส่วนเกินไหลออก
6
แช่เย็น อย่างน้อย 4 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาให้ข้ามคืน
7
เล็มขอบทั้งสี่ด้านทิ้งก่อน แล้วค่อยตัดแบ่ง พักไว้รอลงหม้อรวม ดูหน้า 17
ทำไมกดพิมพ์แล้วเนื้อถึงติดกันเจลาตินที่ละลายออกมาระหว่างปรุงจะอยู่ระหว่างเส้นใยเนื้อทั้งหมด พอทำให้เย็นลง เจลาตินเซ็ตกลับเป็นเจลแล้วทำหน้าที่เหมือนกาวธรรมชาติ ยิ่งเนื้อยุ่ยมาก แปลว่ายิ่งมีเจลาตินมาก ยิ่งกดติดดี ข้อจำกัดของอุณหภูมิ 80 องศาจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบในขั้นตอนนี้พอดี
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 8
9

แก้มวัว · 6 จุดที่ทำให้บล็อกออกมาคม

Art of Meat Craft

ทุกขั้นในหน้าที่แล้วมีเหตุผลครับ ถ้าข้ามข้อไหนไปจะเห็นผลที่หน้าตัดทันที

ทำไมต้องทำแบบนั้น

สิ่งที่ทำถ้าไม่ทำ
เรียงเสี้ยนทางเดียวกัน ตัดขวางเสี้ยนบล็อกร่วนตอนตัด หน้าตัดเป็นขุย · หลักเดียวกับที่หนังสือให้เรียงเส้นเนื้อบดขนานกันก่อนหั่น
ฉีกเป็นแผ่น ไม่วางเป็นก้อนระหว่างก้อนมีโพรงอากาศที่เจลาตินเติมไม่เต็ม ตัดแล้วเป็นรู
เขี่ยไขมันก้อนใหญ่ ตอนอุ่นไขมันไม่เซ็ตเป็นเจล เย็นแล้วแข็งแยกตัว หลุดออกเป็นรู
ทาน้ำเคลือบ ระหว่างชั้นเจลาตินในเนื้อเชื่อมได้เฉพาะจุดที่แนบสนิท ส่วนที่ไม่แนบต้องมีปูนอุด
กดด้วยแผ่นเรียบ เต็มหน้าของหนักวางตรง ๆ ลงแรงจุดเดียว กลางแน่นขอบหลวม ขอบจึงร่วน
เจาะรู ให้น้ำเกินไหลออกน้ำใสขังก้นพิมพ์ ชั้นล่างแฉะตัดไม่เป็นรูป
น้ำหนักทับ 1 กก. พอ อย่าใช้หนักกว่านั้น แรงมากเกินจะบีบเจลาตินออกหมด ได้บล็อกแน่นแต่แห้ง

ตัดและอุ่น

1
ตัดตอนเย็นจัด มีดยาวใบบาง จุ่มน้ำร้อนเช็ดแห้งก่อนตัดทุกครั้ง ลากครั้งเดียวจบ ห้ามเลื่อย
2
เล็มขอบทิ้งด้านละ 5 มม. ขอบนอกไม่มีวันเรียบเพราะติดแรป เศษลงหม้อรวม
3
อุ่นในถุงแช่น้ำ 60 ถึง 65 องศา · ห้ามอุ่นในซอส เจลาตินจะละลายแล้วบล็อกพัง
4
อยากได้ผิวเกรียม เซียร์เฉพาะหน้าบนเร็ว ๆ แล้วค่อยราดซอส
ถ้าบล็อกยังไม่เซ็ต วัวแต่ละตัวให้เจลาตินไม่เท่ากัน เติมเจลาตินผง 1 กรัมต่อน้ำเคลือบ 100 กรัม · ผงกาว Activa สามารถใช้ได้ แต่ใช้เวลาในการแช่ 12 ถึง 24 ชั่วโมง และเจลาตินจากเนื้อเพียงพออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ผงกาวเพิ่ม มีไว้เผื่อกรณีที่ทำตามทุกขั้นตอนแล้วเนื้อยังแตกเท่านั้น
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 9
10

ซอสไวน์แดง · แบ่งไวน์เป็นสองจังหวะ

Art of Meat Craft

ซอสคือหัวใจของจานนี้ครับ และเทคนิคเดียวที่อยากให้จำติดตัวไปคือ อย่าใส่ไวน์ทั้งหมดพร้อมกัน เพราะไวน์ทำหน้าที่สองอย่างที่ต้องการความร้อนคนละแบบ

ไวน์ที่ใช้ · Pinot Noir

แทนนินต่ำ กรดดี
Pinot Noir คือองุ่นของแคว้น Bourgogne ต้นตำรับของจานนี้ และเป็นองุ่นที่แทนนินต่ำที่สุดกลุ่มหนึ่ง จึงทนการเคี่ยวลดแบบแยกหม้อได้ Pinot Noir จากชิลีหรือนิวซีแลนด์ใช้แทนได้เต็มที่ เพราะคาแรกเตอร์ตรงกัน
ต้องการ · แทนนินต่ำถึงกลางเข้มขึ้น 4 เท่าตอนเคี่ยว
ต้องการ · กรดดีกรดหายไประหว่างเคี่ยว
ต้องการ · ผ่านโอ๊คน้อยรสไม้เข้มขึ้นจะขมเฝื่อน
ต้องการ · แห้งสนิทน้ำตาลเข้มขึ้นจะเลี่ยนและไหม้ก้นหม้อ
ไวน์ที่ห้ามใช้กับสูตรนี้ Cabernet Sauvignon เพราะแทนนินสูงเกินจนเฝื่อนติดลิ้น · Shiraz ราคาถูกเพราะโอ๊คหนักและน้ำตาลตกค้างสูง · ไวน์ที่เขียนว่า cooking wine เพราะมีเกลือผสมมา จะคุมความเค็มของซอสไม่ได้เลย
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 10
11

ซอสไวน์แดง · วิธีทำ

Art of Meat Craft

ขั้นที่ 1 · ฐานซอส

วันที่ 1 · 18:30
1
แช่เห็ดหอมแห้ง 3 ก. ในน้ำเย็นในตู้เย็น 2 ชั่วโมง เก็บน้ำแช่ไว้ด้วย
2
ผัดหอมใหญ่ แครอท ขึ้นฉ่าย กระเทียม ในน้ำมันจนขอบเริ่มเข้ม
3
ใส่มะเขือเทศเข้มข้น 8 ก. ผัดต่อจนสีเปลี่ยนจากแดงสดเป็นแดงอิฐ ขั้นนี้เรียกว่า pincer ห้ามข้าม ไม่งั้นมะเขือเทศจะทิ้งรสเปรี้ยวดิบไว้ในซอส
4
ใส่ไวน์ก้อนหลัก 120 มล. เคี่ยวไฟกลางจนเหลือราวหนึ่งในสี่
5
ใส่สต๊อกเนื้อ 100 มล. เห็ดหอมพร้อมน้ำแช่ ไธม์ ใบกระวาน พริกไทยเม็ด เคี่ยวต่อ 45 นาที
6
กรองผ่านตะแกรงละเอียด แช่เย็นข้ามคืน

ขั้นที่ 2 · รวมซอสตอนเสิร์ฟ

วันที่ 2 · 11:30
1
อุ่นฐานซอสที่แช่เย็นไว้ ใส่ น้ำเจลาตินจากถุงเนื้อ ที่เก็บไว้ทั้งหมด
2
เคี่ยวไวน์ก้อนที่สอง 30 มล. ในหม้อเล็กแยก แค่ 3 ถึง 4 นาที พอไล่แอลกอฮอล์
3
เทไวน์ก้อนที่สองลงซอสหลัก หลังปิดไฟแล้ว
4
ปรุงเกลือ แล้วหยดน้ำส้มไวน์แดง 2 มล. เป็นขั้นสุดท้าย ชิมแล้วปรับ
ทำไมต้องเติมไวน์กับกรดกลับตอนท้ายการเคี่ยวยาวทำให้สารระเหยที่ให้กลิ่นผลไม้หายไปหมด และกดกรดจนซอสรสแบน การเติมกลับตอนท้ายจึงไม่ใช่การแต่งรส แต่คือการคืนสิ่งที่กระบวนการทำลายไป
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 11
12

อูมามิ · ทำไมซอสเนื้อล้วนถึงรู้สึกว่าขาดอะไรไป

Art of Meat Craft

หน้านี้เป็นทฤษฎีที่ใช้ได้กับทุกจานในคอร์ส ไม่ใช่แค่จานนี้ครับ พอเข้าใจแล้วจะมองซอสของตัวเองออกเลยว่าขาดอะไร

อูมามิไม่ได้มาจากสารตัวเดียวความเข้มของอูมามิที่ลิ้นรับรู้ได้เกิดจาก การเสริมฤทธิ์กันของสารสามกลุ่ม เมื่ออยู่ครบสามตัว ความเข้มที่รับรู้ได้จะเพิ่มแบบทวีคูณ ไม่ใช่บวกกันธรรมดา หลักการเดียวกับดาชิญี่ปุ่นที่ต้องใช้คอมบุคู่กับคัตสึโอบุชิเสมอ ไม่เคยใช้อย่างเดียว
แหล่งมาจากไหนในจานนี้
Inosinateเนื้อสัตว์ ปลาแห้ง กุ้งแห้งแก้มวัว กับ สต๊อกเนื้อ ✓ มีอยู่แล้ว
Glutamateมะเขือเทศ ซีอิ๊ว มิโสะ ชีสบ่ม สาหร่ายมะเขือเทศเข้มข้น 8 ก. ที่ผัดจนเป็นสีแดงอิฐ
Guanylateเห็ดแห้งเท่านั้นเห็ดหอมแห้ง 3 ก. พร้อมน้ำแช่
เห็ดสดกับเห็ดแห้งทำหน้าที่คนละอย่างกัน เห็ดสดที่ผัดใส่ตอนท้ายให้เนื้อสัมผัสและความหอม แต่ให้กัวไนเลตน้อยมาก ส่วนกัวไนเลตเกิดขึ้นตอนเห็ดถูกทำให้แห้งและถูกคืนตัวด้วยความร้อน สูตรนี้จึงใช้ทั้งสองแบบ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ปริมาณที่ใช้น้อยกว่าที่คนคิดมากครับ เห็ดหอมแห้งแค่ 3 กรัมกับมะเขือเทศเข้มข้น 8 กรัม ก็เปลี่ยนซอสทั้งหม้อได้แล้ว ถ้าใส่เยอะกว่านี้ซอสจะเริ่มมีรสของตัวเองแทนที่จะเป็นรสเนื้อ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์
เคล็ดที่เอาไปใช้ได้ทุกเมนู
เวลาชิมซอสแล้วรู้สึกว่า "อร่อยแต่ตื้น" ทั้งที่เคี่ยวมานาน ให้ไล่ดูก่อนเลยว่าขาดแหล่งไหนในสามแหล่งนี้ ส่วนใหญ่จะขาดกัวไนเลต เพราะไม่มีใครนึกถึงเห็ดแห้งเวลาทำซอสฝรั่งครับ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 12
13

เครื่องเคียง · garniture à la bourguignonne

Art of Meat Craft

ของสามอย่างนี้คือสิ่งที่ทำให้จานเรียกว่าบูร์กิญงได้ครับ ถ้าไม่มีมันก็เป็นแค่เนื้อตุ๋นไวน์แดงธรรมดา

กฎเหล็กข้อเดียวของหน้านี้ ทั้งสามอย่างต้องทำแยกกระทะกันคนละใบ แล้วรวมกับซอสตอนประกอบจานเท่านั้น จุดที่คนทำที่บ้านพลาดกันมากที่สุดคือโยนทุกอย่างลงหม้อเดียวตั้งแต่ต้น ผลคือหอมเละจนไม่เหลือรูป เห็ดคายน้ำจนจืด และเบคอนหมดความกรอบไปตั้งแต่ชั่วโมงแรก

1 · Lardons เบคอนแท่ง

30 ก.
1
หั่นเบคอนเป็นแท่งหนา 1 ซม. ยาว 3 ซม.
2
เริ่มจาก กระทะเย็น ค่อยๆ ขึ้นไฟกลาง ให้ไขมันเจียวออกมาเอง
3
ตักขึ้นพักบนตะแกรงเมื่อขอบเริ่มกรอบ เก็บไขมันไว้ผัดเห็ด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 13
14

เครื่องเคียง · garniture à la bourguignonne · ต่อ

Art of Meat Craft

2 · หอมหัวเล็กกลาเซ่

40 ก.
1
ใส่หอมปอกแล้วลงกระทะ เติมน้ำ 20 มล. เนย 5 ก. น้ำตาล 1.6 ก. เกลือเล็กน้อย
2
ปิดฝากระดาษไข ตุ๋นไฟอ่อนจนหอมนิ่มและน้ำเกือบแห้ง
3
เปิดฝา เขย่ากระทะจนน้ำตาลกับเนยเคลือบหอมเป็นเงา ระวังไหม้ในนาทีสุดท้าย

3 · เห็ดสดผัด

40 ก.
1
ผ่าเห็ดครึ่ง ใช้ ไขมันเบคอนที่เก็บไว้ ตั้งกระทะให้ร้อนจัดก่อนใส่
2
ใส่เห็ดชั้นเดียว อย่าคน จนด้านล่างเป็นสีทองแล้วค่อยพลิก
3
ปรุงเกลือตอนท้ายเท่านั้น ใส่เนยที่เหลือ 3 ก. แล้วยกลง
ทำไมห้ามใส่เกลือเห็ดตั้งแต่แรกเกลือดึงน้ำออกจากเซลล์เห็ดทันที พอน้ำออกมาในกระทะ อุณหภูมิผิวจะถูกกดไว้ที่จุดเดือดน้ำ ทำให้เห็ด ต้มตัวเองแทนที่จะผัด จึงไม่มีวันเป็นสีทอง ต้องรอให้ผิวเป็นสีทองก่อนแล้วค่อยปรุงเกลือเสมอ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 14
15

มันบด · สูตร Fallow อบทั้งเปลือก

Art of Meat Craft

มันบดที่คนส่วนใหญ่ทำจะเหนียวยืดถ้าบดมากไป ร้าน Fallow ในลอนดอนแก้ด้วยการอบแทนต้ม แล้วเอาเปลือกไปอินฟิวส์ครับ

วัตถุดิบ

ต่อ 1 คน · ได้มันบด 120 ก.
มันฝรั่งทั้งหัว ไม่ปอก125 ก.
เกลือทะเลเม็ดหยาบ คลุกก่อนอบ2 ก.
เนยจืด สำหรับละลายรอ12 ก.
เนยจืด สำหรับปิดท้าย3 ก.
นมสด · วิปปิ้งครีมอย่างละ 26 มล.
ใบกระวาน · ลูกจันทน์เทศป่น1 ใบต่อหม้อ · ปลายมีด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 15
16

มันบด · สูตร Fallow อบทั้งเปลือก · ต่อ

Art of Meat Craft

วิธีทำ

1
ล้างมันฝรั่งทั้งหัว จิ้มรูรอบด้วยมีด คลุกเกลือเม็ดหยาบให้ทั่วผิว อบ 180°C 45 นาที
2
ผ่าครึ่งขณะร้อน ควักเนื้อออก เก็บเปลือกไว้ทั้งหมด
3
ริซเนื้อมันลงในเนยละลายโดยตรง คนกลับเบา ๆ ให้เนยเคลือบทั่ว ปิดแรปพักไว้ให้อุ่น
4
ใส่นม ครีม เปลือกมันสับหยาบ ใบกระวาน ลูกจันทน์เทศลงหม้อ ปิดฝาครึ่งหนึ่ง เคี่ยว 7 นาที
5
กรองผ่านกระชอนตาถี่ ทิ้งกาก พักของเหลวไว้ให้อุ่นตลอด ห้ามปล่อยให้เย็น
6
ตะล่อมของเหลวอุ่นลงในเนื้อมันทีละส่วนจนได้ความข้นที่ต้องการ แล้วใส่เนยที่เหลือให้ขึ้นเงา
🧪 ทำไมอบถึงดีกว่าต้มการต้มทำให้มันฝรั่งดูดน้ำเข้าไปแทนที่ช่องว่างในเนื้อ พออบด้วยความร้อนแห้ง น้ำจะระเหยออก เนื้อจึงแห้งกว่าและรับไขมันได้มากกว่า รสมันฝรั่งก็เข้มขึ้นด้วย · ส่วนเปลือกที่ผ่านการอบมีสารจากปฏิกิริยา Maillard อยู่ พอเอาไปแช่ในนมกับครีมแล้วกรองทิ้ง กลิ่นย่างจะกลับเข้าไปในเนื้อมันโดยที่เนื้อสัมผัสไม่เสีย
ห้ามใช้เครื่องปั่นหรือเครื่องตีกับมันฝรั่งเด็ดขาด ใบมีดที่หมุนเร็วจะฉีกเม็ดแป้งจนแป้งอิสระหลุดออกมามหาศาล ผลคือมันบดที่เหนียวยืดเหมือนกาว ซึ่งแก้ไม่ได้เลยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ใช้ ricer หรือกระชอนตาถี่เท่านั้น · และลำดับต้องเป็นไขมันก่อนของเหลวเสมอ ให้ไขมันเคลือบเม็ดแป้งก่อน แป้งจะได้ไม่พองตัวจนเหนียว
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 16
17

รวมหม้อ & แก้ปัญหาหน้างาน

Art of Meat Craft

ที่เราทำแยกกันมาตลอด ไม่ใช่เพื่อให้แยกกันตลอดไปครับ แต่เพื่อให้แต่ละอย่างสุกในเงื่อนไขที่มันชอบก่อน แล้วค่อยเอามารวมกันตอนท้ายในสภาพที่ดีที่สุดของแต่ละตัว

หน้านี้คือหัวใจของจาน ถ้าข้ามขั้นตอนรวมหม้อแล้วเอาทุกอย่างไปเจอกันบนจานเลย สิ่งที่ได้จะเป็นเนื้อตุ๋นราดซอสไวน์ ไม่ใช่บูร์กิญง เพราะรสยังไม่รวมตัวกันดี เนื้อยังไม่ได้ดูดซอส และซอสยังไม่ได้รับรสจากเครื่องเคียง

รวมหม้อ · 30 นาทีสุดท้าย

วันที่ 2 · 11:20
1
เทซอสที่แช่เย็นไว้ลง หม้อก้นหนาปากกว้าง ใส่น้ำเจลาตินจากถุงเนื้อทั้งหมด
2
เคี่ยวไฟกลางจนซอสข้นพอเคลือบหลังช้อน เหลือราว 60 มล.
3
วางก้อนเนื้อที่ตัดแล้วลงในซอส ให้ซอสท่วมราว ครึ่งก้อน
4
หรี่ไฟอ่อนสุด ปิดฝา อุ่นร่วมกัน 20 นาที พลิกเนื้อกลับด้านครั้งเดียวตอนกลางทาง
ห้ามเดือด ให้ผิวซอสแค่สั่น ๆ ถ้าเดือดเนื้อจะแตก
5
ใส่เครื่องเคียงทั้งสามอย่างลงหม้อ เกลี่ยรอบก้อนเนื้อ ปิดฝา อุ่นต่ออีก 10 นาที
ช่วงนี้ ห้ามคน ให้เขย่าหม้อแทน
6
ปิดไฟก่อน แล้วเทไวน์ก้อนที่สองที่เคี่ยวไล่แอลกอฮอล์ 3 นาทีแล้วลงไป
7
หยดน้ำส้มไวน์แดง 2 มล. ปรุงเกลือ ชิมปรับ ปิดฝาพักในหม้อ 5 นาที ก่อนตัก

จัดจาน

ทำคู่ขนานระหว่างรอ
ระหว่างที่หม้ออุ่นอยู่ 30 นาที ให้อุ่นมันบดในหม้อสองชั้นไปพร้อมกัน คนเบา ๆ ปรับความข้นด้วยนมอุ่นถ้าแน่นเกิน พอถึงเวลาเสิร์ฟจึงปาดมันบดลงจาน ตักก้อนเนื้อวางกลาง โรยเครื่องเคียงรอบ ๆ แล้วราดซอสจากหม้อ
松 สูตรเป็นทรัพย์สินของร้าน · ห้ามเผยแพร่Art of Meat Craft · หน้า 17
18

รวมหม้อ & แก้ปัญหาหน้างาน · ต่อ

Art of Meat Craft
อาการสาเหตุวิธีแก้
ซอสฝาดเฝื่อนติดลิ้นไวน์แทนนินสูงเกิน หรือเคี่ยวก้อนหลักลงมากเกินไปเติมเนยเย็นตีเข้าไปตอนปิดไฟ ไขมันจะเคลือบลิ้นและลดการรับรู้แทนนิน ครั้งหน้าเปลี่ยนไวน์
ซอสรสแบน ไม่สดกรดหายไประหว่างเคี่ยวเติมน้ำส้มไวน์แดงทีละ 1 มล. ชิมทุกครั้ง
ซอสอร่อยแต่ตื้นขาดกัวไนเลตหรือกลูตาเมตไล่ตามตารางหน้า 12 ส่วนใหญ่คือลืมเห็ดหอมแห้ง
เนื้อแตกตอนตัดกดพิมพ์ไม่แน่นพอ หรือแช่เย็นไม่ครบ 4 ชั่วโมงแช่เย็นต่อจนเย็นจัดถึงแกน แล้วใช้มีดคมตัดทีเดียวขาด
มันบดเหนียวยืดใช้เครื่องปั่น หรือข้ามขั้น heat then coolแก้ไม่ได้แล้ว ต้องทำใหม่ ครั้งหน้าอย่าข้ามขั้นตอน
หอมหัวเล็กเละไม่เหลือรูปตุ๋นรวมกับซอสตั้งแต่ต้นทำแยกกระทะเสมอ รวมหม้อแค่ 30 นาทีสุดท้ายเท่านั้น
รสแยกกันเป็นส่วน ๆ ไม่กลมเป็นจานเดียวข้ามขั้นรวมหม้อ หรืออุ่นร่วมกันสั้นเกินไปต้องให้เนื้ออยู่ในซอสอย่างน้อย 20 นาที ก่อนใส่เครื่องเคียง
เนื้อแตกกระจายในหม้อปล่อยให้ซอสเดือดตอนอุ่นรวมหรี่ไฟจนผิวซอสแค่สั่น ห้ามเห็นฟองผุด
สิ่งที่อยากให้จำจากจานนี้มากกว่าตัวสูตร
เนื้อชอบความร้อนต่ำยาวนาน ไวน์ชอบความร้อนสั้น เห็ดชอบกระทะร้อนจัด ถ้าจับทุกอย่างยัดลงหม้อเดียวตั้งแต่ชั่วโมงแรก แปลว่าเราบังคับให้ทุกอย่างทนเงื่อนไขที่มีแค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ชอบ แต่ถ้าแยกกันแล้วไม่เคยรวมเลย รสก็ไม่มีวันแต่งงานกัน คำตอบคือแยกกันตอนปรุง แล้วรวมกัน 30 นาทีสุดท้าย ได้ทั้งเนื้อสัมผัสที่คุมได้และรสที่เป็นจานเดียวกันครับ
松 สูตรเป็นทรัพย์สินของร้าน · ห้ามเผยแพร่Art of Meat Craft · หน้า 18
19

เนื้อกุหลาบ · ซอสทรัฟเฟิล

Art of Meat Craft

ทรัฟเฟิลเป็นวัตถุดิบที่ตำราจัดว่ารสจืด รสทั้งหมดมาจากกลิ่นครับ ซอสนี้จึงต้องมีฐานรสรองรับ ไม่งั้นจะหอมแต่ตื้น

ซอสทรัฟเฟิล

ต่อ 1 คน · ได้ราว 50 มล.
หอมแดงไทย ซอยบาง1 หัว
กระเทียมไทย สับ2 กลีบ
เนยจืด สำหรับผัด4 ก.
ไวน์ขาว12 มล.
ซุปไก่48 มล.
ผงเห็ดแห้ง1 ก.
ครีมสด ไขมัน 35%64 มล.
มัสตาร์ด3 ก.
พาร์เมซานแก่ ขูดฝอย5 ก.
ทรัฟเฟิลเพสต์4 ก.
เนยจืดเย็น หั่นเต๋า6 ก.
น้ำส้มสายชูไวน์ขาว · น้ำมันทรัฟเฟิลอย่างละไม่กี่หยด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 19
20

เนื้อกุหลาบ · ซอสทรัฟเฟิล · ต่อ

Art of Meat Craft

วิธีทำ

1
ผัดหอมแดงกับกระเทียมในเนย ไฟกลางค่อนอ่อน 8 นาที จนใสและหวาน ห้ามให้ไหม้
2
เทไวน์ขาว เคี่ยวจนเกือบแห้ง · ใส่ซุปไก่กับผงเห็ด เคี่ยวจนเหลือครึ่งหนึ่ง
3
เทครีม เคี่ยวไฟอ่อนจนเหลือราว 50 มล. ห้ามเดือดปุด แล้วกรองผ่านตะแกรงถี่
4
ลดไฟให้ซอสอยู่ที่ 60–65°C ใส่มัสตาร์ด แล้วโรยพาร์เมซานทีละน้อย ห้ามเกิน 70°C ชีสจะแตกมัน
5
ปิดไฟ ใส่ทรัฟเฟิลเพสต์ ตามด้วยเนยเย็นทีละก้อน ตีจนขึ้นเงา
6
ปรุงเกลือ แล้วใส่น้ำส้มสายชูกับน้ำมันทรัฟเฟิล คนเบาครั้งเดียว เสิร์ฟทันที
จุดพลาดอันดับหนึ่ง คือใส่น้ำมันทรัฟเฟิลตั้งแต่ต้นแล้วเคี่ยวไปด้วย กลิ่นจะระเหยหมดจนต้องเติมซ้ำ พอเติมซ้ำก็กลายเป็นกลิ่นแก๊ส เพราะน้ำมันทรัฟเฟิลเกือบทั้งตลาดคือสารสังเคราะห์ 2,4-dithiapentane ตัวเดียวโดด ๆ · จุดพลาดอันดับสอง คือใส่น้ำส้มสายชูตอนซอสยังร้อนจัด กรดจะทำให้โปรตีนในครีมจับตัวเป็นเม็ด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 20
21

เนื้อกุหลาบ · วิธีม้วนและจัดจาน

Art of Meat Craft

ตัวจานคือใบพายม้วนเป็นดอกกุหลาบครับ ซอสทรัฟเฟิลในสองหน้าก่อนคือสิ่งที่ราดปิดท้าย

วิธีทำ

1
เนื้อวากิวใบพาย แช่แข็งก่อนสไลซ์ จะได้แผ่นบางสม่ำเสมอ หนา 1 ถึง 2 มิลลิเมตร
2
วางแผ่นเนื้อซ้อนเหลื่อมกันเป็นแถบยาว
3
ม้วนจากปลายด้านหนึ่งให้แน่น จนได้ทรงดอกกุหลาบ ตั้งไว้ให้โคนแบนพอวางตั้งได้
4
ทำให้สุกด้วยโบทอชพ่นไฟรอบดอก จนผิวนอกสุกและมีสีเข้มเล็กน้อย กลางยังนุ่มชมพู
5
เรียงลงจาน ปักใบมิ้นท์ไว้ด้านล่างเป็นฐาน
6
ราดด้วยซอสทรัฟเฟิลรอบดอก เสิร์ฟทันที
แช่แข็งก่อนสไลซ์คือกุญแจของจานนี้ เนื้อนิ่มที่อุณหภูมิห้องจะสไลซ์ไม่เรียบและม้วนไม่เป็นรูป เนื้อแข็งจากช่องแช่แข็งตัดได้บางสม่ำเสมอและคงรูปตอนม้วนได้ดีกว่ามาก
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 21
22

ช็อตริบซูวี · ซอสกาแฟ

Art of Meat Craft

หนังสือระบุปลายทางของสารสกัดกาแฟไว้เองว่าใช้ทำซอสเนื้อครับ และมีกฎเหล็กข้อเดียวที่ห้ามฝ่าฝืน

Coffee Extract

ทำล่วงหน้า 1 คืน ใช้ได้ 10 รอบ
วอดก้า100 มล.
กาแฟคั่วกลาง บดหยาบ20 ก.
ซีลถุงสุญญากาศหรือขวดปิดสนิท แช่ตู้เย็น 12 ชั่วโมง แล้วกรองผ่านกระดาษกรองกาแฟ · ใช้คั่วกลางเท่านั้น คั่วอ่อนจะเปรี้ยวชนกับซอสเนื้อ คั่วเข้มจะได้แต่กลิ่นไหม้ · เมล็ดที่คั่วมาแล้ว 48 ถึง 72 ชั่วโมงหอมที่สุด

ซอสกาแฟ

ต่อ 1 คน · ได้ราว 50 มล.
หอมแดงไทย ซอยบาง1 หัว
เนยจืด · เมล็ดเฟนเนลคั่วบด3 ก. · ปลายมีด
ไวน์แดงหรือพอร์ตแดง12 มล.
น้ำสต๊อกเนื้อ80 มล.
ผงเห็ดแห้ง · ผงโกโก้ไม่หวาน1 ก. · ปลายมีด
โชยุ · น้ำผึ้ง1 มล. · 1.5 ก.
Coffee Extract1.5 มล.
น้ำส้มสายชูเชอร์รี · เนยเย็นหั่นเต๋าไม่กี่หยด · 6 ก.
วิธีทำ: ผัดหอมแดง 8 นาที · ใส่เฟนเนลผัด 30 วินาที · เทไวน์เคี่ยวจนเกือบแห้ง · ใส่สต๊อก ผงเห็ด ผงโกโก้ เคี่ยวเหลือราว 50 มล. · กรอง · ใส่โชยุกับน้ำผึ้ง ชิมให้ลงตัว · ปิดไฟ ใส่เนยเย็นตีจนขึ้นเงา · ใส่ Coffee Extract ชิมทันที · ปิดท้ายด้วยน้ำส้มสายชู
ห้ามต้มกาแฟลงไปในซอยเด็ดขาด หนังสือเตือนว่ากลิ่นเข้มข้นแท้ ๆ มักไม่เหมือนกลิ่นที่เราคุ้นเคย และยกตัวอย่างกาแฟกับช็อกโกแลตว่าเข้มข้นจนอาจทำให้คลื่นไส้ ต้องเจือจางแบบขั้นบันไดและเติมตอนท้ายสุด เพราะความร้อนสลายกรดในกาแฟเป็นความขมเฝื่อน พร้อมไล่กลิ่นหอมออกไปหมด
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 22
23

Rub 4 สำนัก · เลือกให้ตรงวิธีปรุง

Art of Meat Craft

Rub ไม่ใช่การโรยเครื่องเทศครับ มันคือ dry brine ที่มีเครื่องเทศติดมาด้วย พระเอกจริงคือเกลือ

เทียบ 4 สำนัก

คิดสัดส่วนจากน้ำหนักรวมของ rub
Guga StyleTexas DalmatianUmami ญี่ปุ่นBaharat
ส่วนผสมเกลือ 60 · น้ำตาลแดง 50 · สโมกปาปริกา 28 · ขมิ้น 8 · กระเทียมผง 9 · หอมผง 7 · พริกไทย 7 · อบเชย 3เกลือหยาบ 55 · พริกไทยดำบดหยาบ 45เกลือ 45 · ผงคอมบุ 15 · ผงเห็ดหอม 15 · พริกไทยขาว 8 · ซันโช 4 · น้ำตาลแดง 8เกลือ 55 · ยี่หร่าคั่ว 12 · เมล็ดผักชีคั่ว 12 · พริกไทย 8 · ปาปริกา 8 · อบเชย 3 · กระวาน 2 · กานพลู 1
น้ำตาล29%ไม่มี8%ไม่มี
เซียร์ไฟแรง❌ ห้าม✓ ได้เต็มที่⚠ ได้แต่ต้องไว✓ ไม่เกิน 90 วินาที
ใช้ต่อเนื้อ 1 กก.28 ก.18 ก.21 ก.19 ก.
เข้ากับซอสกาแฟ⚠ ชนกัน✓ ดี✓ ดี✓✓ ดีที่สุด
🧪 หลัก 3 ข้อของ rubหนึ่ง เกลือคือพระเอก มันดึงน้ำจากผิวเนื้อออกมาเป็นน้ำเกลือเข้มข้น แล้วซึมกลับเข้าไปพร้อมพากลิ่นที่ละลายน้ำได้เข้าไปด้วย · สอง เวลาคือส่วนผสมที่มองไม่เห็น เกลือเดินทางเข้าเนื้อราว 1 ซม. ต่อ 24 ชั่วโมง ช็อตริบหนา 4 ถึง 5 ซม. จึงต้องหมักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หมักแบบเปิดโล่งในตู้เย็น · สาม น้ำตาลไหม้ที่ 160 ถึง 180°C ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิเซียร์มาก rub ที่มีน้ำตาลจึงใช้ได้เฉพาะกับการอบต่ำหรือรมควัน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 23
24

Rub 4 สำนัก · วิธีทำช็อตริบ

Art of Meat Craft
ในคลาสให้แจกทั้งสี่สูตรเพื่อสอนหลักการ แต่จานช็อตริบที่เสิร์ฟจริงใช้ Baharat เพราะกาแฟตะวันออกกลางใส่กระวานเป็นธรรมเนียม สองอย่างนี้จึงเชื่อมกันเองบนจาน · แล้วให้ผู้เรียนลอง Texas Dalmatian เทียบข้างกันเพื่อเห็นว่าเครื่องเทศเยอะกับน้อยต่างกันตรงไหนจริง ๆ ครับ

วิธีทำช็อตริบ

1
เลือก rub จากตารางด้านบนให้ตรงกับวิธีปรุง ถูให้ทั่วชิ้น หมักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
2
ซีลสุญญากาศ ซูวี 80 องศา 12 ชั่วโมง
3
เลาะกระดูกออก หลังซูวีเสร็จ
4
ย่างให้แห้ง ในกระทะหรือเตาย่างไฟแรง จนผิวเข้ม แล้วราดด้วยซอสกาแฟ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 24
25

สุกี้ยากี้ย่าง · ทาเระวาริชิตะ

Art of Meat Craft

ผมปรับให้ Brisket ซึมซอสตั้งแต่อยู่ในถุงซูวีเลยครับ แล้วใช้โบทอชสร้างผิวไหม้แทนกระทะ ได้ทั้งรสเข้มทั้งก้อนและผิวที่แห้งกรอบโดยไม่ต้องพึ่งความร้อนแรงจากกระทะ

ทาเระแม่

ต่อ 1 คน ได้ 130 มล.
โชยุ35 มล.
มิริน35 มล.
สาเก18 มล.
สต๊อกเนื้อ35 มล.
น้ำตาลทรายแดง10 ก.
วิธีทำ: ตั้งมิรินกับสาเกให้เดือด 2 นาทีเพื่อไล่แอลกอฮอล์ก่อน แล้วจึงใส่โชยุ สต๊อกเนื้อ และน้ำตาล คนจนละลาย ปิดไฟทันที ห้ามเคี่ยวต่อ · ใช้ 70 มล. ซีลไปกับ Brisket ตอนซูวี ส่วนอีก 60 มล. เก็บไว้เคี่ยวข้นรองจานตอนจัดเสิร์ฟ
🧪 ทำไมใช้โบทอชแทนกระทะก้อนหนา 2.5 ซม. ถ้าเอาไปเซียร์ในกระทะร้อนจัดแบบเดิม ความร้อนจะไหม้ผิวนอกก่อนขณะที่แกนกลางเย็นลงจากอุณหภูมิที่ตั้งไว้จากซูวี เพราะก้อนหนากว่าชิ้นสไลซ์บางที่เคยใช้มาก โบทอชให้ความร้อนที่ผิวเปลือกบางมากโดยไม่ทันซึมเข้าไปเปลี่ยนอุณหภูมิแกนกลาง · ต้องตัดก้อน Brisket ขวางเสี้ยนตั้งแต่ก่อนซีลถุง เพราะส่วนนี้เสี้ยนยาวและชัด ถ้าตัดตามเสี้ยนจะเหนียวไม่ว่าจะซูวีนานแค่ไหน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 25
26

สุกี้ยากี้ย่าง · Brisket

Art of Meat Craft

สุกี้ยากี้ย่าง Brisket

ต่อ 1 คน
Brisket ตัดเป็นก้อน กว้าง 2.5 ซม. หนา 2.5 ซม. ยาว 5 ถึง 7.5 ซม.150 ก.
ทาเระแม่ สำหรับซีลซูวี70 มล.
ทาเระแม่ สำหรับเคี่ยวรองจาน60 มล.
ต้นหอมญี่ปุ่น หั่นท่อน 4 ซม.40 ก.
เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ15 ก.
เต้าหู้แข็ง หั่นแว่น · ไข่แดงดิบ50 ก. · 1 ฟอง
ลำดับ: ซีล Brisket ก้อนกับทาเระแม่ 70 มล. ในถุงสุญญากาศ ซูวี 75 องศา 16 ชั่วโมง · ยกขึ้น เก็บน้ำในถุงไว้ผสมซอสรองจาน ซับก้อนเนื้อให้แห้ง · โบทอชพ่นไฟรอบก้อนจนผิวแห้งสีเข้ม · เคี่ยวทาเระแม่อีก 60 มล. รวมน้ำในถุงจนข้นเป็นเงา · ย่างต้นหอมกับเต้าหู้สั้น ๆ ให้มีรอยไหม้ · เทซอสรองพื้นจานแบน วางเนื้อตรงกลาง จัดต้นหอมเต้าหู้ข้าง ๆ เห็ดหอมกับไข่แดงดิบไว้ให้คลุกเอง
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 26
27

แซนวิชเนื้อบด · แฮมเบิร์ก

Art of Meat Craft

จานนี้ทำจากเศษที่แล่ออกมาเมื่อเช้าครับ บทเรียนของมันคือของที่คนทั่วไปทิ้ง เราทำให้อร่อยได้อย่างไร

เนื้อบดแฮมเบิร์ก

1 ชุด 600 ก. ได้ 6 ก้อน ก้อนละ 100 ก.
เศษเนื้อบด (จาก Zabuton และใบพาย)600 ก.
ไข่ไก่2 ฟอง
ลูกจันทน์เทศป่น1 ใน 4 ช้อนชา
ปังโกะ1 ถ้วย
น้ำสต๊อกเนื้อ · นมสด (สำหรับแช่ปังโกะ)อย่างละ 6 ช้อนโต๊ะ
เจลาตินผง2 ช้อนชา
หอมใหญ่คาราเมลไลซ์จากหอม 1 ลูก
เกลือ · พริกไทยไม่ใส่ในเนื้อ ใส่ตอนย่างเท่านั้น
ไข่หารต่อคนไม่ได้ จึงทำเป็นชุดใหญ่ที่ทุกคนช่วยกันทำร่วมกัน ได้พอดี 6 ก้อนสำหรับทั้งกลุ่ม

หอมใหญ่คาราเมลไลซ์แบบเร่ง

20 นาที แทน 1 ชั่วโมง
1
ซอยหอมใหญ่บาง ผัดในเนยหรือน้ำมันด้วยไฟกลาง
2
ใส่เกลือก่อน หนึ่งหยิบมือ คนให้ทั่ว รอจนหอมเริ่มคายน้ำและนิ่มลง
3
แล้วจึงใส่เบกกิ้งโซดาแค่ปลายช้อน ราว 1 ใน 4 ช้อนชาต่อหอม 1 ลูก คนเร็ว ๆ จะเห็นหอมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4
ผัดต่อจนได้สีน้ำตาลทองที่ต้องการ แล้วพักให้เย็นสนิทก่อนผสมลงเนื้อ
ห้ามใส่เกลือลงในเนื้อบดเด็ดขาด เพราะเกลือดึงโปรตีนไมโอซินออกมาจากเนื้อ แล้วไมโอซินจะเซ็ตเป็นเจลเหนียวตอนโดนความร้อน ผลคือแฮมเบิร์กที่เด้งเหมือนยางลบแทนที่จะนุ่มร่วน · เจลตัวนี้เป็นสิ่งที่ไส้กรอกต้องการ แต่เป็นสิ่งที่แฮมเบิร์กต้องหลบให้พ้น โรยเกลือกับพริกไทยบนผิวตอนขึ้นกระทะเท่านั้น
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 27
28

แซนวิชเนื้อบด · วิธีทำและวิทยาศาสตร์

Art of Meat Craft

สูตรนี้ทำตรงข้ามกับที่หนังสือบอกไว้เรื่องเบอร์เกอร์ครับ และทั้งสองแบบถูกต้องทั้งคู่ เพราะเป็นคนละจานกัน

วิธีทำ

1
โรยเจลาตินผงลงในน้ำสต๊อกเนื้อกับนมเย็นอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ คนเบา ๆ แล้วพัก 5 นาทีให้เจลาตินบาน
2
เทของเหลวทั้งหมดลงบนปังโกะ คลุกให้ทั่ว พักไว้ 10 นาทีจนปังโกะดูดของเหลวหมดและพองตัว นี่คือ panade
3
ผสมเนื้อบด ไข่ ลูกจันทน์เทศ หอมคาราเมลที่เย็นแล้ว และ panade เข้าด้วยกัน คนแค่พอเข้ากัน ห้ามนวด
4
ปั้นเป็นก้อน ละ 100 กรัม กดตรงกลางให้บุ๋มลงเล็กน้อย เพราะเนื้อจะพองขึ้นตอนสุก · แช่เย็นอย่างน้อย 30 นาที
5
โรยเกลือกับพริกไทยบนผิวตอนจะย่าง แล้วเซียร์ในกระทะร้อนจัดจนผิวเข้มทั้งสองด้าน
6
ลดไฟ ปิดฝา ให้สุกถึงแกนกลาง เนื้อบดต้องสุกทั่วมากกว่าสเต๊กจากเนื้อชิ้นเดียวกัน
7
พัก 3 นาทีก่อนประกบขนมปัง ให้เจลาตินจับน้ำที่ไหลออกมากลับเข้าเนื้อ
🧪 เจลาติน 1 ช้อนชาทำอะไรเนื้อบดสูญเสียน้ำมากกว่าเนื้อชิ้นเพราะมีพื้นที่ผิวเยอะกว่ามาก เจลาตินจะละลายเป็นของเหลวตอนร้อนแล้วเซ็ตกลับเป็นเจลเมื่ออุณหภูมิลดลง ทำหน้าที่ดักน้ำที่กำลังจะไหลออกไว้ในเนื้อ · นี่คือเหตุผลที่ต้องพัก 3 นาทีก่อนกิน ถ้ากัดตอนร้อนจัดเจลาตินยังเป็นของเหลวอยู่ น้ำจะไหลออกหมด
เศษเนื้อจากการแล่คือวัตถุดิบที่ดีที่สุดของจานนี้ครับ เพราะมีทั้งเนื้อแดงและไขมันปนกันในสัดส่วนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องมานั่งคำนวณ · ถ้าเศษน้อยเกินให้เติมเนื้อติดมันเข้าไป เล็งไขมันรวมราว 20 ถึง 25% ต่ำกว่านี้แฮมเบิร์กจะแห้ง
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 28
29

ข้าวผัดมันเนื้อ · วัตถุดิบ

Art of Meat Craft

ซอสข้าวผัดของร้านเป็นสูตรลับครับ สูตรในหน้านี้คือสูตรสอนที่ให้โครงเดียวกัน กลับไปแล้วปรับเป็นของตัวเองได้เลย

วัตถุดิบ

ต่อ 1 คน · วันที่ 1 · 12:15
ข้าวญี่ปุ่นหุงแล้ว น้ำน้อยกว่าปกติ 10% ผึ่งตู้เย็นข้ามคืน180 ก.
Zabuton หั่นเต๋า 1 ซม.60 ก.
น้ำมันรำข้าว10 ก.
กระเทียมทุบหยาบ8 ก.
น้ำมัน Horumon ราดปิดท้าย12 ก.
กาก Horumon เจียว8 ก.
ไข่ไก่1 ฟอง
ต้นหอมซอย15 ก.
ซอสข้าวผัดสูตรสอน20 มล.
น้ำส้มสายชูข้าว ราดปิดท้าย3 มล.
กระเทียมเจียว โรยหน้า10 ก.
เนื้อ A5 สไลซ์เซียร์ · ไข่ดอง เสิร์ฟคู่30 ก. · 1 ฟอง
ซอสสูตรสอน โชยุ 10 มล. · สต๊อกเนื้อ 6 มล. · มิริน 3 มล. · น้ำตาล 1 ก. คนให้ละลาย
🧪 ทำไมแยกไขมันเป็นสองชั้นน้ำมันรำข้าวทนไฟสูงจึงรับหน้าที่ผัด แต่น้ำมัน Horumon มีกลิ่นเฉพาะที่ไหม้เร็วและหายเร็วเมื่อโดนไฟแรง ถ้าใส่ตั้งแต่แรกจะเหลือแค่กลิ่นไหม้ · ใส่ตอนปิดไฟ กลิ่นจะเคลือบเม็ดข้าวและอยู่ถึงปาก
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 29
30

ข้าวผัดมันเนื้อ · ลำดับการผัด

Art of Meat Craft

ข้าวผัดที่อร่อยไม่ได้อยู่ที่ซอสครับ อยู่ที่จังหวะไฟกับการปล่อยให้ข้าวนิ่งพอ

ลำดับ

1
กระทะเหล็กไฟแรงสุด รอจนควันขึ้น ใส่น้ำมันรำข้าว
2
ใส่กระเทียมทุบ เจียวให้พอสุกอ่อนๆ ไม่ต้องถึงเหลืองกรอบ
3
ใส่ Zabuton เซียร์ 30 วินาทีให้ผิวเข้ม ตักขึ้นพัก
4
ตอกไข่ลงกระทะ คนเร็ว 5 วินาที ใส่ข้าวทับทันทีแล้วปล่อยนิ่ง 20 ถึง 30 วินาที ห้ามคน
5
คนเร็ว ใช้ตะหลิวกดข้าวให้แตกเป็นเม็ด ผัดจนได้ยินเสียงเม็ดข้าวกระเด้ง
6
ราดซอส เทข้าวลงไปผัดให้เข้ากันทั่ว
7
ใส่เนื้อกลับ กาก Horumon ต้นหอม ผัด 20 วินาที
8
ปิดไฟ ราดปิดท้ายด้วยน้ำมัน Horumon และน้ำส้มสายชูข้าว คลุกเบา 3 รอบ
9
จัดจาน โรยกระเทียมเจียว วางเนื้อ A5 กับไข่ดองข้างจาน
🧪 ทำไมข้าวต้องน้ำน้อยและผึ่งข้ามคืนน้ำน้อย 10% กับผึ่งข้ามคืนทำให้แป้งที่ผิวเม็ดข้าวแห้งและแยกกัน ผัดแล้วเม็ดกระจายไม่เกาะเป็นก้อน · ปล่อยนิ่ง 20 ถึง 30 วินาทีคือให้ผิวข้าวสัมผัสกระทะนานพอเกิด Maillard ก่อนคน ถ้าคนทันทีข้าวจะแค่ร้อนแต่ไม่หอม
เตรียม Horumon กับกระเทียมเจียวก่อนลงมือผัด · น้ำมันกับกาก Horumon 40 ก. โรยแป้งสาลีขยำแล้วล้าง 2 รอบ · ลวกน้ำเดือด 2 นาที ซับแห้ง หั่นเต๋า 1 ซม. · เจียวไฟอ่อนคุม 110 ถึง 120°C นาน 25 ถึง 35 นาที จนกากเป็นสีทองน้ำมันใส แล้วกรองแยก ได้น้ำมันราว 25 ก. กากราว 8 ก. · กระเทียมเจียว กระเทียมสับหยาบ 20 ก. ลงน้ำมัน 140°C คนตลอด เหลืองอ่อนตักขึ้นทันที ราว 2 นาที เพราะสีจะเข้มขึ้นต่ออีกระดับบนกระดาษซับ
ไฟบ้านไม่แรงเท่าร้าน ให้ผัดทีละคน อย่าผัดสองที่ในกระทะเดียว ปริมาณน้อยในกระทะร้อนจัดชนะปริมาณมากในกระทะอุ่นเสมอ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 30
31

ซอสโซเมง · ลูกที่ 3 ของสต๊อกแม่

Art of Meat Craft

เมนทสึยุคลาสสิกใช้ดาชิเป็นฐานครับ สูตรนี้เอาสต๊อกเนื้อเข้าไปแทนดาชิบางส่วน เป็นสูตรที่ออกแบบใหม่สำหรับคอร์สนี้ ไม่ได้มาจากหนังสือ

ซอสโซเมง

ต่อ 1 คน
สต๊อกเนื้อ70 มล.
โชยุโคอิคุจิ25 มล.
มิริน20 มล.
สาเก8 มล.
น้ำตาลทราย3 ก.
เห็ดหอมแห้ง ดอกเล็ก1 ดอก
คัตสึโอบุชิ ใส่หลังปิดไฟ4 ก.
ได้ 120 มล. ต่อคน · เสิร์ฟร้อน ทำล่วงหน้าได้ 3 วัน · อูมามิครบสามขาในตัว คือโชยุกับสต๊อก · คัตสึโอบุชิ · เห็ดหอม เทียบซอสลูกตัวอื่นที่หน้า 12
1
ตั้งมิรินกับสาเกให้เดือด 2 นาทีไล่แอลกอฮอล์ หลักเดียวกับทาเระ
2
ใส่สต๊อก โชยุ น้ำตาล เห็ดหอม อุ่นถึง 80°C แล้วหยุด ห้ามเดือด
3
ปิดไฟ ใส่คัตสึโอบุชิ พัก 5 นาที กรองผ่านผ้าขาวบาง ไม่บีบ
4
เก็บอุ่นไว้ไม่ต่ำกว่า 80°C จนถึงเวลาเสิร์ฟ
🧪 ทำไมคัตสึโอบุชิใส่หลังปิดไฟกลิ่นควันของคัตสึโอบุชิระเหยง่าย ถ้าต้มจะเหลือแต่รสคาว แช่ที่ 80°C 5 นาทีพอดึงอิโนซิเนตออกโดยกลิ่นยังอยู่ · ซุปตัวนี้ต้องเสิร์ฟร้อนจัด เพราะความร้อนของมันเองคือสิ่งที่ทำให้เนื้อดิบบนเส้นสุกตอนราดลงจาน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 31
32

โซเม็งเนื้อ · ใบพายบางราดซุปร้อน

Art of Meat Craft

จานนี้เสิร์ฟร้อนครับ เนื้อสไลซ์บางไม่ต้องเซียร์เลย ความร้อนจากซุปที่ราดตอนเสิร์ฟทำให้สุกเองในจาน และเป็นครั้งแรกที่ผู้เรียนได้ชิมใบพายก่อนถึงสเต๊กปิดคอร์ส

วัตถุดิบ

ต่อ 1 คน · วันที่ 1 · 13:45
เส้นโซเม็งแห้ง80 ก.
วากิวใบพาย สไลซ์บางมาก ราว 2 มม.60 ก.
ซอสโซเมง ร้อนจัด120 มล.
ต้นหอมซอย · ขิงขูด10 ก. · 2 ก.
งาขาวคั่ว · ใบชิโสะ3 ก. · 2 ใบ

ลำดับ

1
ต้มเส้นในน้ำเดือดเยอะ 1 นาทีครึ่งถึง 2 นาที โซเม็งสุกเร็วมาก ห้ามละสายตา
2
ตักขึ้นล้างน้ำเย็น ขยำเบา ๆ ไล่แป้งที่ผิว สะเด็ดน้ำให้หมด
3
ม้วนเส้นเป็นก้อนสวยงามลงจาน
4
หั่นใบพายขวางเสี้ยน บางมาก ราว 2 มม. เรียงบนเส้นให้ทั่ว ยังดิบ ไม่ต้องเซียร์
5
ตอนเสิร์ฟ ราดซอสโซเมงร้อนจัดลงบนเนื้อทันที ให้ความร้อนจากซุปทำให้เนื้อสุกในจาน
6
โรยต้นหอม ขิง งา ชิโสะ เสิร์ฟทันที
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 32
33

โซเม็งเนื้อ · วิทยาศาสตร์

Art of Meat Craft
🧪 ทำไมโซเม็งต้องล้าง แต่พาสต้าห้ามล้างใครเรียนคอร์สพาสต้ามาจะงงตรงนี้ครับ พาสต้าห้ามล้างเพราะแป้งที่ผิวคือตัวที่ทำให้ซอสร้อนเกาะเส้น · แต่เส้นโซเม็งเล็กและบางกว่ามาก แป้งที่ผิวจะกลายเป็นเมือกลื่นทำให้เส้นเกาะกันเป็นก้อนตอนม้วน ล้างออกเส้นถึงจะเด้งและแยกจากกันสวย
🧪 ทำไมราดซุปร้อนแล้วเนื้อสุกได้จริงซุปร้อนจัดใกล้จุดเดือด บวกกับเนื้อที่หั่นบางมากราว 2 มม. ทำให้พื้นที่ผิวสัมผัสความร้อนสูงมากเทียบกับความหนา ความร้อนจึงซึมทะลุตลอดทั้งชิ้นได้ภายในไม่กี่วินาที หลักการเดียวกับชาบูชาบู ที่จุ่มเนื้อบางลงน้ำซุปเดือดแล้วสุกแทบจะทันที
เนื้อต้องบางจริง ๆ ราว 2 มม. เพราะไม่มีการเซียร์เลย ความร้อนจากซุปเพียงอย่างเดียวคือสิ่งที่ทำให้สุก ถ้าหั่นหนากว่านี้เนื้อจะยังดิบตรงกลางตอนถึงปาก
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 33
34

Jungle Tataki · วัตถุดิบ

Art of Meat Craft

Clod คือเนื้อสะบักครับ เป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักและมีเยื่อพังผืดแทรกเยอะ หั่นเต๋าเล็กแล้วซูวีอุณหภูมิต่ำแค่พอเปิดผิวโปรตีนให้เข้ากับซอส กลางยังนุ่มแบบเนื้อดิบ

เนื้อและไขมัน

ต่อ 1 คน
เนื้อ Clod หั่นเต๋า ชิ้นละ 0.5 ซม.90 ก.
มันเนื้อ หั่นเต๋า 0.5 ซม.10 ก.
อัตราส่วนเนื้อต่อมัน 90 ต่อ 10 Clod เป็นส่วนไม่ค่อยมีไขมันแทรก มันเนื้อจึงช่วยเติมความฉ่ำกลับเข้าไป

ซอส Jungle

ต่อ 1 คน
วาซาบิมาโย20 ก.
น้ำเลมอน1 ก.
ผิวเลมอน ขูดฝอย0.4 ก.
น้ำส้มสายชูไวน์แดง1 ก.
มัสตาร์ดเมล็ด (Whole Grain)1 ก.
ผสมทุกอย่างให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยคลุกกับเนื้อ อย่าคลุกก่อนผสมซอสให้เข้ากันดี

สมุนไพรทอปหน้า หั่นเส้น 1 ซม.

ผักแพว3 ก.
ผักแขยง3 ก.
ผักชีลาว3 ก.
ต้นหอมซอย3 ก.
โหระพา3 ก.
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 34
35

Jungle Tataki · วิธีทำ

Art of Meat Craft

ลำดับ

ต่อ 1 คน
1
หั่น Clod กับมันเนื้อเป็นเต๋า 0.5 ซม. ผสมกันตามอัตราส่วน 90 ต่อ 10
2
ซีลสุญญากาศ ซูวี 50 องศา 1 ชั่วโมง
3
ยกขึ้น เปิดถุง ซับให้แห้ง พักให้เย็นสนิทก่อนคลุกซอส
4
ผสมส่วนผสมซอส Jungle ทั้งหมดให้เข้ากันดีก่อน
5
คลุกเนื้อกับซอสเบา ๆ ให้ทั่วทุกก้อน
6
เรียงลงพิมพ์วงกลม กดให้แน่นพอขึ้นรูป แล้วถอดพิมพ์ออก
7
ทอปด้วยสมุนไพรหั่นเส้นทั้งห้าชนิด คลุกเคล้าเบา ๆ ให้กระจายทั่วหน้า
🧪 ทำไม Clod ต้องซูวีที่ 50 องศาแค่ 1 ชั่วโมงClod เป็นกล้ามเนื้อทำงานหนักและมีพังผืดแทรก ปกติต้องปรุงนานถึงจะนุ่ม แต่การหั่นเต๋าเล็กราว 0.5 ซม. ก่อนซูวี เพิ่มพื้นที่ผิวต่อปริมาตรมหาศาล ความร้อนอ่อน ๆ ที่ 50 องศาจึงพอเปิดผิวโปรตีนให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนจากดิบเป็นแบบ warm-rare ได้ทั่วทุกก้อนภายในแค่ 1 ชั่วโมง โดยแกนกลางยังนุ่มไม่แข็งกระด้างแบบที่ Clod มักจะเป็นถ้าปรุงสั้น ๆ แบบทั่วไป
สมุนไพรคือหัวใจของจานนี้ครับ กัดแต่ละคำ กลิ่นสมุนไพรทั้งห้าชนิดจะลอยขึ้นจมูกทางด้านหลัง (retronasal) ทำให้รู้สึกสดชื่นทุกคำ ไม่ใช่แค่รสที่ลิ้น หั่นสมุนไพรให้เสร็จใกล้เวลาเสิร์ฟที่สุด สารระเหยที่ให้กลิ่นจะจางเร็วถ้าหั่นทิ้งไว้นาน
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 35
36

ซอสเนื้อ Beef Jus · ลูกที่ 5 ปิดครบชุด

Art of Meat Craft

หนังสือแยก jus จากสต๊อกด้วยประโยคเดียวครับ "ของเหลว 100% แล้วเติมโปรตีนสดกลับเข้าไป" สต๊อกให้บอดี้ jus เติมกลิ่นเนื้อสดกับ Maillard ซ้อนขึ้นไปอีกชั้น

Beef Jus

ต่อ 1 คน · วันที่ 2 · 14:30
สต๊อกเนื้อ = 100%200 มล.
ไวน์แดง 30%60 มล.
เศษเนื้อบดจากการแล่ 35%70 ก.
แครอทหั่นบาง 12%24 ก.
หอมใหญ่หั่นบาง 10%20 ก.
ผงเห็ดแห้ง1 ก.
เนยเย็นหั่นเต๋า ปิดไฟ · เกลือ10 ก. · ชิมตอนจบ
ได้ราว 60 มล. ต่อคน พอดีสเต๊ก 1 จาน · เปอร์เซ็นต์คือของ Modernist Cuisine ตัดหางวัว 15% ออกเพราะต้นทุน ใช้เศษจากการแล่แทน

ลำดับ

1
กระทะร้อนจัด ผัดเนื้อบดจนน้ำตาลเข้มทั้งหมด ไม่ใช่แค่สุก ตักใส่หม้อ
2
กระทะเดิม ผัดแครอทหอมใหญ่จนขอบเข้ม 5 นาที · เทไวน์ ขูดคราบก้นกระทะให้หลุดหมด เคี่ยวเหลือครึ่ง
3
เทลงหม้อรวมเนื้อบด ใส่สต๊อกกับผงเห็ด เคี่ยวเบา 30 นาที ห้ามเดือดพล่าน
4
กรองผ่านผ้าขาวบาง กดเบา อย่าบีบ จะขุ่น
5
เคี่ยวลดต่อจนเหลือราว 60 มล. ลากหลังช้อนแล้วซอสต้องเคลือบไม่ไหลกลับทันที
6
ปิดไฟ ใส่เนยเย็นตีจนขึ้นเงา ชิมแล้วค่อยใส่เกลือ นี่คือครั้งแรกที่เกลือเข้าสายนี้
🧪 ทำไมเกลือถึงมาใส่ที่นี่เป็นครั้งแรกสต๊อกแม่ห้ามใส่เกลือเพราะจะถูกเคี่ยวลดอีก 3 ถึง 4 เท่าในซอสลูก jus นี้ลดจาก 200 เหลือ 60 มล. คือ 3.3 เท่าพอดี ถ้าเกลืออยู่ในแม่ตั้งแต่ต้น ตอนนี้จะเค็มจนกินไม่ได้ · ผงเห็ด 1 ก. เติมกัวไนเลตที่สต๊อกไม่มี ตามตารางหน้า 12
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 36
37

สเต๊กวากิวใบพาย · จานปิดคอร์ส

Art of Meat Craft

ทุกอย่างที่เรียนมาสองวันมารวมกันที่จานนี้ครับ เนื้อที่แล่เองเมื่อวาน ซูวีที่คุมเอง ซอสที่แตกจากสต๊อกที่ตั้งเอง

วัตถุดิบ

ต่อ 1 คน · วันที่ 2 · 15:20
วากิวใบพาย A5 เลาะเอ็นกลางแล้ว หนา 2.5 ซม.120 ก.
เกลือ 1%1.2 ก.
ไขมันจากหม้อสต๊อก สำหรับเซียร์5 ก.
Beef Jus อุ่น60 มล.
พริกไทยดำบดหยาบ · เกลือเกล็ดปิดจาน
54°Cซูวี 60 นาที แล้วเซียร์ตาราง Best Bets ให้ flatiron ที่ 55°C 12 ชั่วโมง แต่นั่นสำหรับวัวธรรมดาที่เหนียว ใบพายวากิว A5 คอลลาเจนน้อยกว่ามากและไขมันแทรกสูง แช่ 12 ชั่วโมงไขมันจะละลายออกหมดและเนื้อยุ่ย · 60 นาทีพอให้ถึงอุณหภูมิทั่วชิ้น ที่เหลือให้ Maillard จากการเซียร์ทำ
🧪 ทำไมในถุงไม่ใส่น้ำมันไม่ใส่สมุนไพรวากิวเกรดนี้มีไขมันแทรกพอจะเป็นตัวนำความร้อนเอง น้ำมันในถุงจะดึงกลิ่นเนื้อออกไปอยู่ในน้ำมันแทนที่จะอยู่ในเนื้อ ส่วนสมุนไพรจะกลบรสที่จ่ายแพงมาเพื่อชิม จานปิดคอร์สคือจานที่เนื้อต้องพูดเอง
ไขมันวากิวไหม้เร็วกว่าเนื้อวัวทั่วไป กระทะร้อนจัดแต่เวลาสั้น 45 วินาทีคือ 45 วินาที · ถ้ากลัวไม่เกรียมให้เพิ่มความร้อน ไม่ใช่เพิ่มเวลา
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 37
38

สเต๊กวากิวใบพาย · ลำดับและการเซียร์

Art of Meat Craft

ขั้นที่คนพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การเซียร์ครับ แต่คือห้านาทีก่อนเซียร์

ลำดับ

1
โรยเกลือทั่วชิ้น ซีลถุง ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ใส่สมุนไพร
2
ซูวี 54°C 60 นาที อ่างเดียวกับที่ยกแก้มวัวออกตอนเช้า
3
ยกขึ้น เปิดถุง ซับผิวให้แห้งสนิททุกด้าน วางพักบนตะแกรง 5 นาทีให้ผิวแห้งต่อ
4
กระทะเหล็กไฟแรงสุด รอควันขึ้น ใส่ไขมันสต๊อก
5
เซียร์ด้านละ 45 วินาที กดเบา ๆ ให้แนบกระทะ ตะแคงเซียร์ขอบด้านละ 10 วินาที
6
พัก 3 นาที บนตะแกรง
7
หั่นขวางเสี้ยน หนา 1 ซม. โรยเกลือเกล็ดกับพริกไทย ราด jus ข้างเนื้อ ไม่ราดบน ให้เห็นผิวเซียร์
🧪 ทำไมต้องซับแห้งและพัก 5 นาทีก่อนเซียร์หนังสือระบุว่า Maillard เริ่มที่ 130°C ขึ้นไป แต่ผิวที่เปียกจะค้างอยู่ที่ 100°C จนกว่าน้ำจะระเหยหมด เวลาที่เสียไปกับการต้มน้ำบนผิวคือเวลาที่ความร้อนเดินเข้ากลางเนื้อ · ผิวแห้งสนิทจึงเกรียมได้ใน 45 วินาทีโดยกลางยังอยู่ที่ 54°C · หนังสือแนะนำเซียร์หลังซูวี ไม่ใช่ก่อน เพราะเปลือกที่ทำไว้ก่อนจะนิ่มลงในถุงเสมอ
ราด jus ข้างเนื้อไม่ใช่บน เพราะซอสร้อนจะทำให้ผิวที่เพิ่งเซียร์นิ่มภายใน 30 วินาที ให้คนกินจุ่มเอง
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 38
39

แก้ปัญหาหน้างาน · รวมทุกจานทั้งคอร์ส

Art of Meat Craft

เปิดหน้านี้หน้าเดียวตอบได้ทั้งสองวันครับ ส่วนบูร์กิญงมีตารางละเอียดของตัวเองที่หน้า 17

อาการสาเหตุแก้
สต๊อกขุ่นเดือดพล่าน หรือช้อนฟองไม่ทันเตาอบ 150°C เท่านั้น · กรองผ้าขาวบางซ้ำ
ซอสลูกเค็มเกินใส่เกลือในสต๊อกแม่เติมสต๊อกจืดกลับ · แม่ห้ามมีเกลือ
Horumon กลิ่นแรงล้างแป้งหรือลวกไม่พอ · เจียวไฟแรงล้าง 2 รอบ ลวก 2 นาที · คุม 110 ถึง 120°C
กระเทียมเจียวขมตักช้าตักตอนเหลืองอ่อน สีจะเข้มต่อบนกระดาษ
ข้าวผัดแฉะเกาะก้อนข้าวไม่ผึ่ง · คนเร็วเกินน้ำน้อย 10% ผึ่งข้ามคืน · นิ่ง 20 ถึง 30 วินาทีก่อนคน
แฮมเบิร์กเด้งเป็นยางเกลือในเนื้อ · นวดมากเกลือบนผิวตอนย่างเท่านั้น · คนพอเข้ากัน
เส้นโซเม็งติดกันไม่ล้างไล่แป้งหลังต้มล้างน้ำเย็น ขยำเบา ๆ ไล่แป้งที่ผิว
ซอสโซเมงจืดตอนราดจานซอสไม่ร้อนพอตอนเสิร์ฟเก็บซอสไว้ไม่ต่ำกว่า 80°C จนถึงวินาทีสุดท้าย
Jungle Tataki เละไม่ขึ้นรูปคลุกซอสตอนเนื้อยังอุ่น หรือกดพิมพ์ไม่แน่นพอพักเนื้อให้เย็นสนิทก่อนคลุก แล้วกดพิมพ์ให้แน่น
Brisket ผิวไหม้ไม่ทั่วก้อนโบทอชพ่นไม่ทั่วทุกด้านหมุนก้อนให้ครบทุกด้านขณะพ่นไฟ
ทาเระไหม้ในกระทะราดตอนไฟแรงลดไฟก่อน ราดขอบกระทะไม่ราดบนเนื้อ
ซอสกาแฟขมเฝื่อนต้มกาแฟลงซอสExtract ใส่ตอนปิดไฟเท่านั้น
บล็อกแก้มวัวร่วนเสี้ยนมั่ว · กดไม่เต็มหน้าดูหน้า 9 ทั้ง 6 ข้อ
Jus บางไม่เคลือบช้อนลดไม่พอเคี่ยวต่อจนเหลือราว 60 มล. ต่อคน
สเต๊กผิวเทาไม่เกรียมผิวเปียก · กระทะไม่ร้อนพอซับแห้ง พัก 5 นาที · รอควันขึ้นก่อนวาง
สเต๊กสุกเกินหลังเซียร์เซียร์นานเกิน45 วินาทีต่อด้าน เพิ่มไฟไม่เพิ่มเวลา
สังเกตว่าเกินครึ่งของอาการในตารางนี้มาจากเรื่องเดียวคือความร้อนผิดจังหวะ ร้อนไปตอนควรเบา หรือเบาไปตอนควรแรง · ถ้าจำอะไรไม่ได้เลย จำข้อนี้ข้อเดียวพอครับ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 39
40

Workshop · เกณฑ์ผ่านคอร์ส

Art of Meat Craft

จบสองวันต้องทำได้ครบตามนี้ครับ

松 สูตรเป็นทรัพย์สินของร้าน · ห้ามเผยแพร่Art of Meat Craft · หน้า 40
41

Workshop · เกณฑ์ผ่านคอร์ส · ต่อ

Art of Meat Craft
เคล็ดที่เอาไปใช้ได้ทุกเมนู
"ซอสแม่ต้องเป็นกลาง ซอสลูกค่อยมีบุคลิก"
ทำสต๊อกดีตัวเดียว แล้วแตกออกไปได้ทั้งคอร์ส
松 สูตรเป็นทรัพย์สินของร้าน · ห้ามเผยแพร่Art of Meat Craft · หน้า 41
42

13 เทคนิคของคอร์ส · ติ๊กที่ทำได้เอง

Art of Meat Craft

จบสองวันแล้วลองไล่เช็คครับ ข้อไหนยังไม่มั่นใจ กลับไปเปิดหน้าของจานนั้น

13 เทคนิค

#เทคนิคอยู่ในจาน
1แล่ตามเยื่อ เลาะพังผืดและเอ็นกลางZabuton · ใบพาย · แก้มวัว
2ตั้งสต๊อกในเตาอบ ช้อนฟอง กรองใสสต๊อกแม่
3เจียวไขมันไฟอ่อน ทอดกระเทียมในน้ำมันนั้นข้าวผัดมันเนื้อ
4ผัดข้าวไฟแรง แยกไขมันสองชั้นข้าวผัดมันเนื้อ
5Panade และเนื้อบดที่ห้ามใส่เกลือแซนวิชเนื้อบด
6คาราเมลไลซ์หอมแบบเร่ง เกลือก่อนโซดาแซนวิชเนื้อบด
7ราดซุปร้อนให้เนื้อสุกทันทีในจาน แบบชาบูโซเม็งเนื้อ
8ซูวีอุณหภูมิต่ำ แล้วคลุกซอสเย็น ทอปสมุนไพรสดJungle Tataki
9ซีลสุญญากาศ คุมอ่างซูวี 5 อุณหภูมิแก้มวัว · ช็อตริบ · Brisket · ใบพาย · Clod
10กดพิมพ์ด้วยเจลาตินธรรมชาติแก้มวัว
11เคี่ยวไวน์แยกหม้อ แบ่งสองจังหวะซอสไวน์แดง
12เลือก rub ให้ตรงวิธีปรุงช็อตริบ
13ทำ jus จากสต๊อก ตีเนยเย็นปิดไฟBeef Jus · ซอสกาแฟ
松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 42
43

บันทึกของฉัน

Art of Meat Craft · Notes

จดอุณหภูมิที่ปรับเอง เวลาที่ใช้จริง และสิ่งที่ค้นพบระหว่างทำครับ

松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 43
44

บันทึกของฉัน

Art of Meat Craft · Notes

จดอุณหภูมิที่ปรับเอง เวลาที่ใช้จริง และสิ่งที่ค้นพบระหว่างทำครับ

松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 44
45

บันทึกของฉัน

Art of Meat Craft · Notes

จดอุณหภูมิที่ปรับเอง เวลาที่ใช้จริง และสิ่งที่ค้นพบระหว่างทำครับ

松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 45
46

บันทึกของฉัน

Art of Meat Craft · Notes

จดอุณหภูมิที่ปรับเอง เวลาที่ใช้จริง และสิ่งที่ค้นพบระหว่างทำครับ

松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 46
47

บันทึกของฉัน

Art of Meat Craft · Notes

จดอุณหภูมิที่ปรับเอง เวลาที่ใช้จริง และสิ่งที่ค้นพบระหว่างทำครับ

松 Matsumoto Tonkatsu AcademyArt of Meat Craft · หน้า 47